Bridge in
the Fourth Dimension, Victor Mollo
แปลไทยโดย tata
1. บริดจ์กับยูนิคอร์น
‘ยาพิษของduplicate’ Hideous Hog ประกาศ ‘คือสามารถทำนายได้ถึงการทำลายหัวใจ มันช่างแปลกประหลาด
มันล้วนใจคอเหี่ยวแห้ง และมันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
เมื่อคนๆหนึ่งรู้ว่าใครบางคนในห้องข้างๆถือไพ่เหมือนกับตัวเอง อะไรจะเป็นเครื่องกระตุ้นให้คนนั้นทำสองคูณสองแล้วได้ห้า
ทำไมเขาควรจะกังวลใจในเมื่อคนอื่นๆนั้นอาจจะบวกกันได้ไม่ถึงสี่ด้วยซ้ำไป’
พวกเรากำลังกินมื้อเย็นกันที่ยูนิคอร์น
ที่ซึ่งชาวกริฟฟินแสวงหาที่พักผ่อนระหว่างคืนแรกๆของเดือนสิงหาคม ในขณะที่พวกพนักงานของชมรมเราลาพักผ่อนประจำปี
ทุกๆปีพวกเราจะเห็นสมาชิกหน้าใหม่ๆ
และพวกหน้าเก่าๆที่เปลี่ยนแปลงจนเหมือนเป็นพวกหน้าใหม่ พวกเรานำconventionsใหม่มาใช้
เรื่องเก่าแก่ใหม่ๆ ถ้อยคำประพันธ์ใหม่ๆ ซึ่งHogก็จะหาเหยื่อคนใหม่มาแกล้งให้งุงงงเพื่อทำให้เขาสนุก
แม้ว่าเขาจะพูดว่ามันเป็นตามที่โอกาสอำนวยก็ตาม
อากาศ ณ วันที่หนึ่ง เดือนสิงหาคม ร้อนเป็นพิเศษ
อุณหภูมิสูงถึงยี่สิบสี่องศาเซลเซียส ถ้าเป็นองศาฟาเรนไฮต์จะร้อนกว่านี้อีก
หลังจากจัดการแคนตาลูปแช่แข็งเรียบร้อยแล้ว Hogวกกลับเข้าหัวข้อโปรด ‘ความไม่ยุติธรรมของduplicate’
‘ใน rubber
bridge’ เขาพูด ‘แกจะชนะได้ต้องเล่นดี
แต่สำหรับduplicate แค่เล่นไม่แย่ก็เพียงพอแล้ว
ผู้ชนะคือไอ้พวกที่ผิดพลาดน้อยสุด มันช่างเป็นทางแห่งชีวิตที่เงียบสงัดและมืดมน
พวกแกลองนึกดูสิว่า Shakespeare หรือ Michelangelo หรือ Beethoven เพียงพอใจกับแค่ความไม่ผิดพลาดเท่านั้นหรือ
Botticelliนั้นทำ Divina Comedia โดยแค่ไม่ทำพลาดเลยงั้นหรือ’
โดยที่ไม่มีใครรู้ ขณะที่H.H.กำลังจะพล่ามต่อ มีเสียงคล้ายงูที่อันตรายมาขัดจังหวะ
เสียงนั้นมาจากโต๊ะข้างๆที่มีคนนั่งอยู่คนเดียว คนนั้นมีขาที่ยาวและผอม
ใบหน้าเหมือนนก และมีดวงตากลมที่ส่องประกายอยู่หลังแว่นแบบไม่มีกรอบ มีผมสีขาวเป็นปอยๆอยู่ข้างหลังของหู
และมีศีรษะที่กลมและเล็ก ‘Botticelli!’ เขาพูดแทรกขึ้นมา ‘คนโง่เขลา’
ความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกันและกันเกิดขึ้นระหว่างHogและชายผอมสูง
‘Secretary Bird คนนั้นเป็นใครกัน’ H.H.ถามอย่างดูถูก ต่อPeregrine the Penguin ซึ่งเป็นผู้อาวุโสในยูนิคอร์นและเป็นเจ้าบ้านของพวกเรา
ยังไม่ทันที่Penguinจะได้ตอบ Hogพูดแทรกขึ้นมาอย่างฉลาด
และเริ่มบรรยายต่อไป
‘ความสำคัญของบริดจ์นั้นคือมันสะท้อนถึงชีวิต
คนเก่งก็ได้ดีเพราะความสามารถ คนไม่เก่งก็ต้องจมกับความอ่อนแอของตัวเอง และผู้ชนะมีสิทธิจะได้รับความนับถือจากเพื่อนฝูง’
เขาก้มหัวพอประมาณ ‘ซึ่งมันสมควรจะเป็นอย่างนั้น
ไม่เพียงแต่มันยุติธรรมเท่านั้น มันควรจะถูกเห็นว่าเป็นอย่างนั้นด้วย’
‘แต่ว่า’ Hogประกาศด้วยความขึงขัง
มองไปคล้ายกับนักทำนายในสมัยโบราณเวอร์ชั่นขนเรียบสีชมพู ‘duplicateนั้นไร้ศีลธรรมโดยธรรมชาติ มันหั่นมาเป็นร้อยcontracts ฆ่ามาเป็นร้อยคู่ขา ฆ่าตัวตาย ประมูลไม่ดี เล่นไม่ดี แจกไม่ดี ซึ่งล้วนแต่ไม่แตกต่างเลยซักเพนนี่เดียว
พวกแกสามารถทำบาปแล้วลอยนวลเมื่อเล่น matchpoints เพราะมันไม่มีความแตกต่างระหว่างถูกกับผิด
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมข้าถึงได้พูดว่าการเล่นบริดจ์โดยไม่กินเงินนั้นผิดศีลธรรม
มันเป็นทางที่ผิดเพราะโดยธรรมชาตินั้นไม่ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น’
ในขณะที่พวกเราเดินไปยังห้องเล่นไพ่ Hog ก็พูดออกมาว่า:
‘Duplicate เป็นอะไรที่ดีมากสำหรับพวกกระจอก
ผู้เล่นที่โชคร้ายซึ่งไม่ได้คาดหวังผลอะไรมาก
พวกนั้นจะสามารถภูมิใจเมื่อชนะคนที่เล่นเก่งๆ
ยิ่งชนะคนที่เล่นเก่งมากเท่าไรก็ยิ่งภูมิใจมาก แต่ใครละที่จะสนใจคนเก่ง
หรือพวกแกคิดว่าการประหารชีวิตนั้นควรจะได้รางวัลตอบแทน’
‘ถึงเวลามาควรอย่างยิ่ง’ Hog สรุป ชำเลืองมองไปรอบๆโต๊ะ ‘ที่ใครบางคนจะพูดขึ้นมาเพื่อคนเก่งๆ
ต่อต้านพวกอ่อนๆ พวกฝ่ายแพ้ต้องทนอย่างนี้มานานแล้ว’
เสียงสะท้อนที่ทะลุทะลวง
ดังก้องข้ามห้องมาจากโต๊ะมุมห้อง ป่าวประกาศอย่างทะนงว่า: ‘ผมมีสิบหกแต้ม’
เสียงนั้นดังมาจากข้างหลังหนวดสีเหลืองของ Walrus ซึ่งเป็นคนอ้วนตาสีฟ้าอ่อน
มองหาไปรอบๆห้อง พวกเราเห็นแต่ชาวกริฟฟินอยู่คนเดียว
นั่นคือ Colin ชายหนุ่มหน้าทะเล้น รูปร่างเหมือนสุนัขขาสั้น ซึ่งมาจาก Oxbridge เมื่อเร็วๆนี้ เขาเล่นเป็นคู่ของ Walrusมีหนวด
โดยที่ทุกคนแค่เหลียวดูก็บอกได้ว่าคู่นี้ไม่ถูกกันอย่างมาก
พวกเราขยับไปยังโต๊ะนั้น
ไม่นานนักได้ยิน Walrus
ประกาศว่า:
‘จะให้ผมทำอะไรเนี่ย
ผมมีแค่สิบสามแต้มเอง!’
เห็นได้ชัดว่า
แกรนด์สแลมง่ายๆถูกเล่นแค่พาสสกอร์ Walrus เปิด 1♦ Corgi รับชุดด้วย 2♦ แล้วหยุด
ไพ่ทั้งสองมือเป็นดังนี้

‘สิบสามแต้มเปล่าๆ’ Walrus ย้ำ
‘เล่นดีมาก Walrus’ Corgi
พูดหลังจากเก็บกองกินที่สิบสามอย่างปลอดภัย ‘contract ที่ดี ปลอดภัย และได้ร้อยแต้มข้างบนเท่ากับได้ honours นอกจากนั้นยังได้อีกสี่สิบแต้มข้างล่าง
พวกเราต้องการอีกแค่สองแกรนด์สแลมแบบนี้เพื่อจะได้แต้มเท่ากับเกม’
Hog นั่งข้าง Walrus
และคำรามอย่างคาดเดาความสนุกได้ จะต้องเกิดการเยาะเย้ยถากถาง ความขมขื่น
และความรู้สึกร้ายๆ ที่โต๊ะนี้แน่ๆ
คะแนนตอนนี้เป็น Game All, 40 to North-South, Westเริ่มประมูลก่อน และเปิด 1♠ การประมูลเป็นไปดังนี้

Westเปิดไพ่ด้วย ♠6

Eastกินด้วย ♠A และส่ง ♠8 กลับมา Walrusเล่น ♠3 Eastได้เล่นต่อเปลี่ยนหน้าไปเล่น ♥Q
Walrusพยายามอดกลั้นเสียงร้องอย่างปวดร้าว
ทับด้วยK และโดนกินโดยAของWest ตามมาด้วยโพดำสี่รอบ คนเดินไพ่ต้องสละhonourข้าวหลามตัดและดอกจิก
ตามมาด้วยโพแดง Walrusต้องหาไพ่ที่จะทิ้งอีกสามใบอย่างขุ่นเคือง
เมื่อEastวางไพ่โพแดงใบสุดท้าย ♥5 บนโต๊ะ ตำแหน่งของไพ่เป็นดังนี้:

หลังจากลังเลอยู่นานและพึมพำความสาปแช่งแล้ว Walrusก็ทิ้งไพ่ ♦Q แต่มันไม่แตกต่างเลยเมื่อWestได้หลบไพ่ทีหลัง
ถึงอย่างไรฝ่ายป้องกันก็ต้องได้กินทั้งหมดสิบสามกองกินอยู่แล้ว ทำให้เสียแต้มค่าปรับไป
2300
‘ผมมีตั้งยี่สิบเอ็ดแต้มครึ่งแน่ะ!’ Walrusร้องโวยวายอย่างขุ่นเคือง ‘ยี่สิบแต้มจากไพ่สูงๆ
หนึ่งแต้มจากรูปไพ่ และอีกครึ่งแต้มจากสิบโพแดง ยี่สิบเอ็ดแต้ม…’
‘ไม่มีอะไรผิดพลาดหรอก’ Corgi พูดแทรกอย่างอ่อยๆ ‘ตอนที่คุณเล่น 3♠ ตก เสียไป1100แต้ม
นั่นก็เพราะว่าคุณมีสิบแปดแต้มครึ่งเอง พอมาตอนนี้มีแต้มมากขึ้นอีกสามแต้ม
คุณทำให้เสียแต้มเพิ่มขึ้นอีก1200แต้ม คุณจะต้องมีแต้มน้อยซักแค่ไหนถึงจะหนีพ้นจากความหายนะนี้ได้ละเนี่ย’
Walter the Walrus หน้าแตกยับเยินเกินกว่าที่จะโต้ตอบคำแดกดันได้
เขาได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าเชื่อถือว่า: ‘ผมมียี่สิบเอ็ด…’